CDC สหรัฐฯ เผย 6 ผัก-ผลไม้ กินสดๆ เสี่ยงปนเปื้อนปรสิต แต่คนไทยชอบกินทุกอย่าง!

CDC สหรัฐฯ เผย 6 ผัก-ผลไม้ กินสดๆ เสี่ยงปนเปื้อนปรสิต แต่คนไทยชอบกินทุกอย่าง!

CDC สหรัฐฯ เผย 6 ผัก-ผลไม้ กินสดๆ เสี่ยงปนเปื้อนปรสิต แต่คนไทยชอบกินทุกอย่าง!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เตือนสายกินของสด! เช็ก 6 ผัก-ผลไม้อันตราย เสี่ยงปนเปื้อนปรสิตทำ "ท้องร่วงรุนแรง" คนไทยชอบกินทุกอย่าง

กลายเป็นประเด็นสาธารณสุขระดับโลกที่คนไทยสายกินผักสดต้องเพิ่มความระมัดระวัง เมื่อศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐอเมริกา ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับการแพร่ระบาดของ "โรคไซโคลสปอริอาซิส" ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อในทางเดินอาหารที่เกิดจาก "ไซโคลสปอรา"ปรสิตขนาดเล็กระดับไมโครสโคป

โดยความน่ากลัวของเชื้อชนิดนี้คือการทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการ "ท้องเสียอย่างรุนแรงพุ่งพล่าน" ยิ่งไปกว่านั้น ผักและผลไม้ที่เป็นต้นตอของการระบาดส่วนใหญ่ ยังเป็นผักเคียงและวัตถุดิบยอดฮิตในเมนูอาหารไทยอีกด้วย

เช็กพฤติกรรม "ปรสิต" ตัวร้าย และ 6 รายชื่ออาหารเสี่ยงปนเปื้อน

ทาง CDC ได้อธิบายถึงกลไกการแพร่กระจายของเชื้อปรสิตตัวนี้ว่า มันเป็นการติดต่อผ่านทาง "จากปากสู่อุจจาระ"พูดง่าย ๆ คือ เชื้อโรคจากอุจจาระที่ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม แหล่งน้ำ หรือปุ๋ยคอก ได้หลุดรอดเข้าไปสะสมอยู่ในพืชผักผลไม้สด เมื่อเรานำมารับประทานโดยไม่ล้างให้สะอาด เชื้อปรสิตก็จะเข้าสู่ร่างกายของเราทันที

แม้ว่าในขณะนี้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะยังไม่สามารถระบุต้นตอของแหล่งเพาะเชื้อที่แน่ชัดได้ แต่จากการตรวจสอบประวัติการระบาดในสหรัฐฯ ที่ผ่านมา พบว่ามี ผักและผลไม้สด 6 ชนิด ที่มีประวัติเชื่อมโยงกับการระบาดของปรสิตชนิดนี้มากที่สุด

ซึ่งผู้บริโภคและนักเดินทางชาวไทยจำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากหลายชนิดเป็นผักแกล้มที่เราคุ้นเคย ได้แก่:

  1. โหระพา  - ผักแกล้มลาบ น้ำตก หรือใส่ในแกงเผ็ดและผัดกะเพราบางร้าน
  2. ผักชี  - ผักโรยหน้ายอดฮิตและส่วนประกอบสำคัญในน้ำจิ้มไทย
  3. ผักสลัดตระกูลเมสคลัน - รวมถึงผักใบเขียวที่มีความซับซ้อนหลายเลเยอร์
  4. ราสเบอร์รี  - ผลไม้สดยอดนิยมในกลุ่มคนรักสุขภาพและเมนูเบเกอรี
  5. ถั่วลันเตาเปลือกแบน - ผักยอดนิยมในเมนูผัดผักรวมมิตร
  6. ถั่วลันเตาหวาน - เมล็ดอวบอ้วน รสชาติหวาน นิยมกันในผักสลัด

iStockphoto

ส่องอาการเตือน "ไซโคลสปอริอาซิส" หากปล่อยไว้อันตรายถึงขั้นขาดน้ำ

โดยปกติแล้ว หลังจากที่ร่างกายได้รับเชื้อปรสิตเข้าไปภายใน 1 สัปดาห์ ผู้ป่วยจะเริ่มแสดงอาการอย่างเด่นชัด โดยมีอาการที่พบบ่อยที่สุดดังนี้:

  • ท้องเสียเป็นน้ำ ถ่ายบ่อยและรุนแรงลักษณะพุ่งพล่าน
  • เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว
  • ปวดบิดในท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ มีแก๊สในกระเพาะอาหารมาก
  • คลื่นไส้ และมีอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง
  • อาการร่วมอื่น ๆ ที่พบได้น้อย: มีไข้ต่ำ ๆ, ปวดเมื่อยตามร่างกาย, ปวดศีรษะ อาการคล้ายเป็นไข้หวัดใหญ่

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า แม้ว่าการติดเชื้อไซโคลสปอราบางครั้งอาจจะหายไปได้เอง แต่หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง อาการท้องร่วงรุนแรงอาจยืดเยื้อยาวนานเป็นเดือนหรือมากกว่านั้น ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยเสี่ยงต่อภาวะ "ขาดน้ำรุนแรง" และเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายต่อระบบไตและร่างกายได้

ทริคป้องกันตัวเองให้รอดพ้นจากปรสิตท้องร่วง

สำหรับแนวทางการป้องกันตนเองตามคำแนะนำขององค์กรอนามัยและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีวิธีปฏิบัติง่าย ๆ เพื่อสุขอนามัยที่ดีของคนไทยดังนี้:

ข้อควรปฏิบัติเพื่อหลีกเลี่ยงเชื้อปรสิตในอาหาร
ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดทุกครั้ง ทั้งก่อนและหลังใช้ห้องน้ำ รวมถึงก่อนและหลังเตรียมอาหาร
ทำความสะอาดพื้นผิว อุปกรณ์ และเขียงที่ใช้เตรียมอาหารด้วยน้ำร้อนและสบู่ทุกครั้ง
ล้างผักและผลไม้สดผ่านน้ำไหลอย่างทั่วถึง เด็ดใบออกล้างทีละใบ และหากเป็นไปได้ควรปรุงอาหารให้สุกผ่านความร้อนก่อนรับประทาน
หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำหรือใช้น้ำจากแหล่งธรรมชาติที่ยังไม่ผ่านการฆ่าเชื้อหรือบำบัดมาประกอบอาหาร

แหล่งอ้างอิง

  1. UNILAD
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล